สาขาพระพุทธศาสนา ::
วารสารสถาบันวิจัยพิมลธรรม :::

คำแนะนำสำหรับผู้นิพนธ์บทความ

(กำหนดเริ่มใช้ตั้งแต่ ปีที ๑ ฉบับที่ ๑ พ.ศ.๒๕๕๗ เป็นต้นไป)

ประเภทของบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสาร

   วารสารสถาบันวิจัยพิมลธรรม ตีพิมพ์บทความประเภทต่างๆ ดังนี้
   ๑. บทความพิเศษ บทความทางวิชาการพิเศษ ที่เสนอเนื้อหาความรู้วิชาการอย่างเข้มข้น และผ่านการอ่านและพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชานั้นๆ มีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักวิชาการในวงการวิชาการ/วิชาชีพ
   ๒. บทความทางวิชาการ ที่เสนอเนื้อหาความรู้วิชาการ ไม่เข้มข้นนัก เน้นกลุ่มเป้าหมายประชาชนทั่วไป
   ๓. บทความวิจัย (Research article) ได้แก่รายงานผลงานวิจัยใหม่ที่เป็นประโยชน์ ซึ่งไม่เคยตีพิมพ์ในวารสารใดๆ มาก่อน
   ๔. บทความปริทรรศน์ (Review article) เป็นบทความที่รวบรวมความรู้จากตำรา หนังสือ และวารสารใหม่ หรือจากผลงานและประสบการณ์ของผู้นิพนธ์มาเรียบเรียงขึ้นโดยมีการวิเคราะห์วิจารณ์เปรียบเทียบกัน
   ๕ ปกิณกะ (Miscellany) ได้แก่ บทความทบทวนความรู้ เรื่องแปล ย่อความจากวารสาร ต่างประเทศ การแสดงความคิดเห็น วิจารณ์ แนะนำเครื่องมือใหม่ ตำราหรือหนังสือใหม่ที่น่าสนใจ หรือ ข่าวการประชุมทั้งระดับชาติและระดับนานาชาติ

การส่งบทความ

   ทุกบทความให้ส่งจดหมายนำส่งบทความพร้อมต้นฉบับแบบพิมพ์ ๓ ชุด มายังกองบรรณาธิการ กรณีที่บทความได้รับการพิจารณาให้ตีพิมพ์ บรรณาธิการจะแจ้งให้ผู้นิพนธ์ส่งบทความต้นฉบับที่แก้ไขครั้งสุดท้าย พร้อมซีดีรอม (CD ROM) ๑ แผ่นที่ บรรจุเนื้อหาและข้อมูลที่มีอยู่ในบทความทั้งหมดที่ได้แก้ไขแล้ว ทั้งนี้ผู้นิพนธ์ต้องมีสำเนาเก็บไว้ด้วยเพื่อการอ้างอิง

การตรวจสอบบทความและพิสูจน์อักษร

   ผู้นิพนธ์ควรตระหนักถึงความสำคัญในการเตรียมบทความให้ถูกต้องตามรูปแบบของบทความที่ วารสารกำหนด ตลอดจนตรวจสอบความถูกต้องแน่นอน พร้อมทั้งพิสูจน์อักษรก่อนที่จะส่งบทความนี้ ให้กับบรรณาธิการ การเตรียมบทความให้ถูกต้องตามข้อกำหนดของวารสารจะทำให้การพิจารณาตีพิมพ์มี ความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และทางกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่พิจารณาบทความจนกว่าจะได้แก้ไข ให้ถูกต้องตามข้อกำหนดของวารสาร

การเตรียมบทความ

   บทความต้องเป็นตัวพิมพ์ดีด โดยใช้ชุดแบบอักษร (font) ชนิดไทยสารบรรณ (TH SarabunPSK) ขนาดอักษร ๑๖ เว้นระยะห่างจากขอบกระดาษซ้าย ๑.๕ นิ้ว ด้านขวา ๑ นิ้ว เว้นขอบกระดาษด้านบน ๑.๕ นิ้ว และด้านล่าง ๑ นิ้ว พร้อมใส่หมายเลขหน้ากำกับทางมุมขวาบนทุกหน้า (ยกเว้นหน้าแรก) ชื่อเรื่องพิมพ์ไว้ตรงกลางหน้ากระดาษด้วยอักษรขนาด ๑๖ ตัวหนา ชื่อผู้เขียนและอาจารย์ที่ปรึกษา พิมพ์ชิดขวาของกระดาษด้วยอักษรขนาด ๑๔ ตัวธรรมดา ส่วนหัวข้อหลักอื่นๆ พิมพ์ชิดซ้ายของกระดาษด้วยขนาด ๑๖ ตัวหนา บทความไม่ควรยาวเกิน ๑๐ หน้ากระดาษพิมพ์สั้น โดยนับรวมภาพประกอบตาราง
   บทความอาจพิมพ์เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ ในกรณีที่บทความเป็นภาษาไทย การใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษควรใช้เฉพาะคำที่แปลไม่ได้ หรือแปลแล้วทำให้ได้ใจความไม่ชัดเจน ถ้าเขียนทับศัพท์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของราชบัณฑิตยสถานแล้ววงเล็บภาษาเดิมไว้ในครั้งแรก ศัพท์ทางวิชาการที่รับรองโดยใช้ราชบัณฑิตยสถานสามารถใช้ได้เลย

รายละเอียดของบทความประกอบด้วย

   ๑. ชื่อเรื่องภาษาไทย ใช้ตัวอักษร TH SarabunPSK ขนาด ๑๖ ตัวหนา ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ ตัวอักษร Times New Roman ขนาด ๑๒ ตัวหนา
   ๒. ชื่อผู้เขียนและสถานที่ทำงานหรือหน่วยงานที่สังกัด ใช้ตัวอักษร TH SarabunPSK ขนาด ๑๔ ตัวธรรมดา
   ๓. บทคัดย่อภาษาไทยจำนวนคำไม่เกิน ๑๕๐ คำ และภาษาอังกฤษจำนวนคำไม่เกิน ๔๐๐ คำ พร้อมด้วยคำสำคัญ (keyword) จำนวนไม่เกิน ๕ คำ อยู่ด้วยกันใน ๑ หน้ากระดาษ บทคัดย่อและคำสำคัญภาษาไทย ใช้ตัวอักษร TH SarabunPSK ขนาด ๑๖ ตัวธรรมดา และบทคัดย่อภาษาอังกฤษ (Abstract) ใช้ตัวอักษร Times New Roman ขนาด ๑๒ ตัวธรรมดา
   ๔. เนื้อหางานวิจัย หัวข้อหลักใช้ตัวอักษร TH SarabunPSK ขนาด ๑๖ ตัวหนา หัวข้อรองและส่วนเนื้อหาใช้ตัวอักษรTH SarabunPSK ขนาด ๑๖ ตัวธรรมดา ถ้าเขียนผลงานวิจัยเป็นภาษาอังกฤษ ให้ใช้ตัวอักษร Times New Roman ขนาด ๑๒ ตัวธรรมดาทั้งหมด โดยเนื้อหาประกอบด้วย
      ๔.๑ บทคัดย่อภาษาไทย
      ๔.๒ บทคัดย่อภาษาอังกฤษ
      ๔.๓ บทนำ
      ๔.๔ วัตถุประสงค์การวิจัย
      ๔.๕ วิธีดำเนินการวิจัย
      ๔.๖ สรุปผลการวิจัย
      ๔.๗ ข้อเสนอแนะจากการวิจัย
      ๔.๘ บรรณานุกรม

   สำหรับภาพประกอบต้องเป็นภาพขาวดำที่ชัดเจน ขนาดไม่น้อยกว่า ๒ x ๕ นิ้ว ภาพลายเส้น และตารางประกอบเขียนเป็นเส้นหมึกดำชัดเจน ถ้าเขียนบทความเป็นภาษาไทย คำอธิบายตารางและภาพปรพกอบต้องเป็นภาษาไทยด้วย